วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนกำลังใกล้เข้ามาแล้ว คนไทยเชื้อสายจีนหลาย ๆ คนคงมีแผนสำหรับกิจกรรมที่จะทำกันในช่วงวันหยุดกับครอบครัวหรือญาติพี่น้องแล้ว และเนื่องจากเป็นวันที่สำคัญมากที่สุดวันหนึ่งของชาวจีน ทำให้มีการส่งต่อความเชื่อและพิธีกรรม วิธีปฏิบัติที่ต้องกระทำในช่วงตรุษจีนเพื่อเสริมสร้างสิริมงคลให้กับชีวิต ธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่นิยมทำกัน คือ ผู้คนจะใส่เสื้อผ้าตัวใหม่ เน้นรูปแบบที่มีสีสันสดใส เช่น สีแดง สีทอง เพื่อให้นำพาซึ่งความสุขและความสดใสมาให้ตลอดปี สิ่งที่มักจะเกิดในช่วงเวลาหนึ่งของเทศกาลตรุษจีนนี้ คือ เสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส จะได้รับความนิยมสวมใส่จากผู้คนเป็นจำนวนมาก โรงงานอาจเพิ่มปริมาณการผลิตสินค้าออกมาให้เพียงพอตามความต้องการของผู้ซื้อ และเมื่อมีปริมาณการผลิตเสื้อผ้าจำนวนมากออกมา คนซื้อใช้และเปลี่ยนทิ้งหลังหมดเทศกาล เสื้อผ้าจำนวนมากไม่ถูกนำมาใช้งานต่อ ทำให้มันกลายเป็นขยะสิ่งทอกองโต ซึ่งขยะสิ่งทอเหล่านี้มักกำจัดยากกว่าขยะทั่วไป รวมถึงหากกำจัดผิดวิธีจะส่งผลเสียอย่างมากกับสิ่งแวดล้อม

หากกล่าวถึงสิ่งแวดล้อมแล้ว ในรอบปีที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอภาวะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมากมายหลายข่าว มันชี้ชัดแล้วว่านับวันปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกที สาเหตุอาจมาจากหลาย ๆ อย่าง แต่เรื่องที่ปฏิเสธไปไม่ได้เลยว่าได้ส่งผลให้ปัญหารุนแรงขึ้น คือ การกินและใช้ทรัพยากรของมนุษย์โลกที่ใช้โดยเหลือทิ้งขยะไว้มากมาย อย่างการซื้อเสื้อใหม่ใช้ และโละออกเมื่อหมดเทศกาลก็เป็นการสร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่ง สำหรับประเทศไทยเองปีที่ผ่านมามีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 ล้านตัน อันเป็นผลมาจากการพฤติกรรม กินเยอะ ใช้เยอะก็เลยเหลือทิ้งเยอะ ข้อมูลจากฐานข้อมูลเพื่อรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ระบุว่า ใน ปี 2561 เอง ไทยมีปริมาณขยะมากถึง 27.8 ล้านตัน และมีแนวโน้มว่า ปัญหาขยะของประเทศไทยจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้ด้วย มันดูเป็นความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น ระหว่างการปฏิบัติตามธรรมเนียมดั้งเดิม หรือการรักษ์โลก และคงน่าสนใจไม่น้อยหากเราจะลองตามหาคำตอบว่านไทยรับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ในธรรมเนียมปฏิบัติดังเดิมมากน้อยเพียงใด เราจึงได้ทำการสอบถามคนไทยเพื่อสำรวจว่า พวกเขาคิดเห็นอย่างไรกับธรรมเนียมการใส่เสื้อผ้าในเทศกาลตรุษจีน

จากการสำรวจคนในครอบครัวมิลยู พบว่า มีเพียง 42% เท่านั้น ที่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน และคนส่วนใหญ่ยังมองว่าปัญหาขยะสิ่งทอ เป็นปัญหาที่มีความสำคัญ มีเพียงไม่ถึง 10% เท่านั้นที่มองว่าขยะสิ่งทอเป็นเรื่องไม่สำคัญ


ทั้งนี้ เมื่อสอบถามเฉพาะคนที่ซื้อเสื้อผ้าใหม่สำหรับเทศกาลตรุษจีน มีเพียง 24% เท่านั้น ที่ซื้อเสื้อผ้าใหม่สำหรับเทศกาลตรุษจีน โดยไม่คำนึงถึงปัญหาที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมหรือปัญหาขยะสิ่งทอเลย นับว่าเป็นสัญญาณการเริ่มต้นการอนุรักษ์และลดการใช้งานขยะสิ่งทอที่ดี เนื่องจากคนยังนึกถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ตามมามากกว่าการซื้อโดยไม่คิดถึงอะไรเลย


แม้ว่าคนจะบอกว่าได้คำนึงถึงปัญหาขยะสิ่งทอแล้ว แต่ในเทศกาลตรุษจีนนั้น ปัจจัยที่คนให้ความสำคัญที่สุดยังคงเลือกจากสีมงคล ราคาไม่แพง และสามารถใช้สวมใส่ในโอกาสอื่น ๆ ได้อีกอยู่ดี มันสะท้อนให้เห็นว่า ความพยายามจะรักษ์โลก แต่ก็ยังอยากให้ตนเองโชคดี มีโชคลาภตลอดปีด้วยเช่นกัน ทั้งนี้มีถึง50%ด้วยกันเลือกที่ซื้อเสื้อผ้าที่สามารถจะสวมใส่ในโอกาสอื่นต่อได้อีกก็นับเป็นการซื้อใช้ และใส่ซ้ำ นับเป็นพฤติกรรมที่ดีกว่าการเปลี่ยนทิ้งทันทีเมื่อหมดเทศกาล ที่น่าเสียดายคือ มีเพียง 18% เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องวัสดุที่ใช้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมากจาก ต้นทุนการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงกว่าสินค้าปกติ ไม่มีสีสันหรือลวดลายตามแบบสมัยนิยมให้เลือกมากเท่าสินค้าตามปกติ ทำให้คนไม่ค่อยเลือกซื้อ ถ้าลดต้นทุนของราคาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมลงมาได้ คงมีส่วนช่วยให้คนสนใจสินค้าประเภทนี้ขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมาก

และจากกระแสด้านสิ่งแวดล้อมที่โหมแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น คงมีผลกับปริมาณการซื้อเสื้อผ้าสำหรับเทศกาลตรุษจีนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาไม่น้อย เนื่องจากมีคนเพียง 12% เท่านั้นที่ซื้อเสื้อผ้าใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน และมีมากถึง 46% ที่ซื้อเสื้อผ้าน้อยลง


สำหรับคนในกลุ่ม 12% ที่ซื้อเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นนั้น โดยมากนั้นเป็นผลมาจาก ในตลาดเสื้อผ้าเองมีการแข่งขันกันที่มากขึ้น ข้อดีจึงมาตกกับผู้บริโภคที่มีตัวเลือกให้ซื้อมากขึ้น เสื้อผ้ามีราคาที่ถูกลง รวมไปถึงคนติดตามกระแสแฟชั่นและชื่นชอบการแต่งตัวก็จะซื้อเสื้อผ้ามากขึ้นในเทศกาลตรุษจีน

ในส่วนใหญ่ของคนที่อยู่กลุ่ม 46 % ที่ซื้อเสื้อผ้าน้อยลงนั้น คงต้องขอบคุณกระแสแฟชั่น เรียบแต่โก้ แบบชาวมินิมอลสไตล์ ที่เป็นกระแสการแต่งตัวที่กำลังเป็นที่นิยมทำให้คนไม่ค่อยซื้อเสื้อผ้ามากมาย เน้นใส่แบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ และนอกจากเรื่องของสไตล์การแต่งตัวแล้ว คนจำนวนไม่น้อยมีกำลังซื้อที่น้อยลงกว่าเดิมทำให้ไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่กัน ทั้งนี้ มีเพียง 19% เท่านั้นที่ซื้อเสื้อผ้าน้อยลงด้วยเหตุผลที่ว่า เขาต้องการลดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม

จากข้อมูลทั้งหมดสะท้อนว่า แม้คนส่วนใหญ่จะรับรู้อยู่ว่าตนเองกำลังเผชิญกับปัญหาขยะสิ่งทอ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่นับวันยิ่งรุนแรงมากขึ้นแล้ว บอกว่าปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญ แต่ก็ยังคงไม่ค่อยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือความเชื่อของตนเองไปมากนัก หลายคนยังคงเลือกเสื้อผ้าใหม่ ๆ ด้วยปัจจัยที่เกี่ยวกับสีมงคลนำพามาซึ่งความมั่งคั่ง มั่งมี โชคดี ตามธรรมเนียมเดิม ไม่ได้เลือกจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากนัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าคิดจะอยู่บนโลกอีกไม่นาน จึงไม่ได้ใส่ใจที่จะช่วยลดการใช้รวมถึงเริ่มแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้หรือเปล่า หากผู้คนใส่ใจกับปัญหาจริงอย่างที่บอกกัน คงสะท้อนผ่านวิธีการเลือกซื้อ หรือเลือกใช้สินค้าได้ชัดเจนกว่านี้ อย่างไรก็ตามการปฏิบัติตามธรรมเนียมเก่าแก่ถือเป็นการสืบสานที่ดี แต่จะดีกว่าไหมถ้าการปฏิบัติตามธรรมเนียมมาพร้อมกับความตระหนักรู้ ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นปัญหา และปรับพฤติกรรมของตัวเองอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้สถานการณ์ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของโลกเลวร้ายไปมากกว่านี้