ในช่วงปีที่ผ่านมา ข่าวการตายของบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ที่มาจากการกินพลาสติก/ถุงพลาสติกเข้าไป ไม่สามารถย่อยสลายออกมาได้ ทำให้อุดตันที่อวัยวะและตายไปในที่สุด หรือเวลาฝนตกน้ำท่วม น้ำระบายไม่ทันที่เกิดจากการอุดตันของขยะจำนวนมาก ซึ่งส่วนมากคือขยะพลาสติก รวมไปถึงข่าวที่ว่าประเทศไทยมีปริมาณขยะทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ปัญหาปริมาณพลาสติก/ถุงพลาสติก/หลอดพลาสติกที่มากเกินกว่าจะกำจัดหรือย่อยสลายได้นั้น นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

เมื่อเริ่มต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ประเทศไทยเราเองมีมาตรการจัดการถุงพลาสติกที่ออกมาคือ มีห้างร้าน/ร้านค้าจำนวนหนึ่ง ที่งดแจกถุงพลาสติกใส่ของให้กับลูกค้า และถึงแม้จะมีการพูดคุยถึงเรื่องการงดแจกถุงมาเป็นเวลานานแล้ว เมื่อเริ่มนโยบายจริงเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 ก็ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมเอาไว้ ไม่ได้นำถุงหรือลังมาใส่ของ ทำให้เกิดปัญหาเมื่อต้องขนของที่ซื้อไว้กลับบ้านโดยไม่มีถุงพลาสติกใส่ ในทางกลับกันผู้คนอีกกลุ่มก็เตรียมความพร้อมไว้อย่างดีพร้อมขานรับ และให้ความร่วมมือกับนโยบายงดแจกถุงดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง

ในขณะที่ประเทศไทยเริ่มตื่นตัววางแผนแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกนี้ หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกเองก็มีการออกมาตรการทั้งการกำจัด และการจำกัดการใช้งานถุงพลาสติกกันมาหลายวิธีแล้ว ซึ่งโดยส่วนมากการออกมาตรการจะคิดขึ้นมาจากพฤติกรรมที่คนในประเทศนั้น ๆ เป็นอยู่ และออกนโยบายรวมถึงบังคับใช้โดยรัฐบาล เพื่อร่วมกันลดปัญหาขยะพลาสติกดังกล่าว เนื่องจาก พฤติกรรมของประชาชนในบางประเทศนั้น ไม่สามารถปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงที่กระทันหัน เช่น การเลิกใช้ถุงโดยเด็ดขาดในทันทีได้ ทำให้มีนโยบายหลากหลายรูปแบบที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้เหมะสมกับพฤติกรรม เพื่อให้คนทุกคนสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพียงแค่การทำตามกระแสในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

สำหรับในประเทศในไทยเอง เมื่อเริ่มงดแจกถุงแล้วมีทั้งกระแสคนที่พร้อมและไม่พร้อมตอบรับนโยบาย Everyday Say No to Plastic Bags 1 มกรา บอกลาถุงพลาสติก เราจึงได้รวบรวมนโยบายการจัดการถุงพลาสติกจากประเทศอื่นมา ให้คนในครอบครัวมิลยูเลือกว่า พวกเขาชื่นชอบในนโยบายใดมากที่สุด




จากข้อมูลพบว่า ถ้าเลือกได้คนส่วนใหญ่ยังคงมีความต้องการใช้งานถุงพลาสติกต่อไป ดูเหมือนไม่ได้อยากลดการใช้สักเท่าไหร่ แค่อยากได้ถุงที่่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว ที่ไม่เหมือนกับถุงพลาสติกทั่วไป โดยอยากให้ถุงมีส่วนผสมของวัสดุที่ย่อยสลายได้ ถุงพลาสติกที่ใช้ซ้ำแบบหลาย ๆ ครั้ง เพิ่มอัตราการรีไซเคิล และเมื่อจำแนกตามอายุ กลุ่มคนอายุ 45 ปีขึ้นไป มีความต้องการใช้งานถุงพลาสติกมากกว่ากลุ่มอายุ
16 – 29 ปีเสียอีก

สาเหตุส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะผู้คนยังคงเสพติดความสะดวกสบายที่เมื่อซื้อของก็รอรับถุงพลาสติก ไม่จำเป็นต้องเตรียมถุงผ้า หรือจัดหากล่องลังไปขนของเอง แต่อาจจะลืมนึกถึงข้อเสียอันยิ่งใหญ่ของพลาสติกที่ไม่อาจย่อยสลายได้ในเวลาอันรวดเร็ว หากอยากให้ผลลัพท์การลด ละ เลิกใช้ถุงเป็นไปในทางที่ดี นอกจากการออกมาตรการบังคับแล้ว ควรปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงข้อเสียที่แท้จริงของการกำจัดไม่หมดโดยง่าย อาจเพิ่มการให้ความรู้ตั้งแต่การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งาน แยกขยะก่อนทิ้ง และการหมุนเวียนกลับมาใช้ หรือใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด แต่เกิดของเสียน้อยที่สุด แม้ลำพังแค่การงดแจกถุงยังไม่เพียงพอที่จะช่วยแก้ปัญหาให้หมดไปได้ทันที แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเริ่มต้นที่ผู้คนจะได้ช่วยกันลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติก