“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง...” เสียงเพลงแห่งความสนุกสนาน กับบรรยากาศที่ครึกครื้นกำลังจะกลับมาอีกครั้ง เมื่อเทศกาลวันลอยกระทงได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง โดยในปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562

โดย มิลยู อินไซต์ (ประเทศไทย) ได้ทำการสำรวจ และเก็บข้อมูลสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึงมาฝากท่านสมาชิกกันอีกเช่นเคย โดยกลุ่มตัวอย่างที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านแอปฯ มิลยู เซอร์เวย์ จำนวน 2,200 คน พบว่าในปีนี้คนที่ตั้งใจจะไปลอยกระทงนั้น สิ่งที่จะขาดไม่ได้นั่นก็คือ “กระทง” นั่นเอง แล้วปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อกระทง?


จากผลสำรวจพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อกระทงของคนส่วนใหญ่นั้น จำนวนกว่า 75% ให้ความสำคัญต่อวัสดุที่จะนำมาผลิตว่ามีส่วนในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมหรือไม่ รองลงมา 12% คือราคา และความคุ้มค่า 7% คือ เรื่องของความสวยงาม และ 6% คือ ความสะดวกในการหาซื้อ

ถือได้ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่นอกจากความตั้งใจในการสืบสานประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามอย่างความตั้งใจในการออกไปลอยกระทงกันแล้ว ความกังวล และใส่ใจต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกปัจจัยที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากการให้ความสำคัญต่อปัจจัยในการเลือกซื้อกระทงนั่นเอง แต่จริงๆ แล้วการเลือกซื้อกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาตินั้น มันสามารถย่อยสลายได้ทั้งหมดหรือไม่?


จากผลสำรวจพบว่าจำนวนกว่า 40% คิดว่ากระทงที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาตินั้น จริงๆ แล้วสามารถย่อยสลายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น รองลงมา 35% คิดว่าย่อยสลายได้ทั้งหมด 22% คิดว่าสามารถย่อยสลายได้ แต่ต้องใช้เวลา และ 4% คิดว่าไม่สามารถย่อยสลายได้ เพียงแต่ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม

ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศขอความร่วมมือของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขที่ขอให้ทุกคนร่วมกันลอยกระทงอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆ กับการสืบสานประเพณีที่ดีงาม โดยการให้ใช้ 4 เลือก และ 2 ลด ซึ่งนั่นก็คือ

4 เลือก ได้แก่

  1. เลือกกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ
  2. เลือกกระทงที่ไม่ใช้วัสดุหลากหลายเกินไป
  3. เลือกกระทงให้เหมาะกับแหล่งน้ำ
  4. เลือกลอยกระทงออนไลน์

2 ลด ได้แก่

  1. ลดขนาดกระทง
  2. ลดจำนวนเหลือ 1 กระทงเพื่อลอยร่วมกัน

จากการประกาศขอความร่วมมือดังกล่าวนั้น นอกจากการเลือกกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ จะเห็นได้ว่าการเลือกกระทงให้เหมาะกับแหล่งน้ำก็เป็นอีกสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน


โดยผลสำรวจพบว่าคนที่ตั้งใจจะไปลอยกระทงตามแม่น้ำลำคลองนั้น ส่วนใหญ่ (53%) จะเลือกกระทงที่ทำจากหยวกกล้วย และใบตอง รองลงมา (40%) จะเลือกกระทงที่ทำจากขนมปัง ในขณะที่คนที่ตั้งใจจะไปลอยกระทงในสระน้ำ บ่อ บึง ที่เป็นระบบปิดนั้น ส่วนใหญ่ (52%) จะเลือกกระทงที่ทำจากหยวกกล้วย และใบตอง รองลงมา (25%) จะเลือกกระทงที่ทำจากขนมปังเช่นกัน และสำหรับคนที่ตั้งใจจะไปลอยกระทงในแหล่งน้ำที่อาจมีปลา หรือสัตว์น้ำอาศัยอยู่นั้น ส่วนใหญ่ (70%) จะเลือกกระทงที่ทำจากขนมปัง รองลงมา (24%) จะเลือกกระทงที่ทำจากหยวกกล้วย และใบตอง

ซึ่งจริงๆ แล้วนั้น กระทงที่ทำจากหยวกกล้วย และใบตอง ตลอดจนกระทงที่ทำจากขนมปัง อาจไม่ได้เหมาะกับแหล่งน้ำทุกประเภทเหมือนที่เข้าใจกันมา เพราะจากข้อมูลของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้

กระทงที่ทำจากหยวกกล้วย และใบตอง

ระยะเวลาย่อยสลาย 14 วัน

แหล่งน้ำที่เหมาะสม : สระน้ำ บ่อ บึง ระบบปิด ที่มีการควบคุมดูแล

วัสดุยอดนิยมในการทำกระทงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต้นกล้วยเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่หาง่าย ลอยน้ำได้ดี จึงได้รับความนิยมที่สุดในบรรดากระทงทุกชนิดมาตั้งแต่อดีตกาล กระทงต้นกล้วยที่เราคุ้นเคยกันนั้น ตัวฐานทำจากหยวกกล้วยหรือต้นของกล้วย บายศรีทำจากใบตอง ตกแต่งด้านบนด้วยดอกไม้ ธงกระดาษ และปักธูปเทียนสำหรับบูชา กระทงบางเจ้าอาจมีการติดเชื่อมส่วนต่างๆ ด้วยเข็มหมุดหรือลวดเย็บกระดาษ

นั่นแปลว่า แม้กระทงต้นกล้วยจะทำจากวัสดุจากธรรมชาติ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด จึงยังต้องการการแยกขยะที่ถูกต้องอยู่ดี และต้นกล้วยเองก็ใช้ระยะเวลาในการย่อยสลายนานถึง 14 วัน หากเรานำไปลอยในแหล่งน้ำสาธารณะที่ไม่มีการจัดการเก็บโดยหน่วยงาน ซากกระทงต้นกล้วยก็จะกลายไปเป็นขยะที่กีดขวางทางน้ำและการระบายน้ำ หรืออาจทำให้น้ำเน่าได้ ทางที่ดี หากอยากลอยกระทงด้วยกระทงแบบตามธรรมเนียมก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นสระน้ำหรือบ่อน้ำระบบปิดตามที่ กทม. แนะนำ หรือมีระบบการจัดเก็บกระทงขึ้นมาจากน้ำและนำไปเเยกขยะเพื่อจัดการที่เหมาะสมกับขยะแต่ละประเภทต่อไป

กระทงที่ทำจากขนมปัง

ระยะเวลาย่อยสลาย 3 วัน

แหล่งน้ำที่เหมาะสม : สระน้ำ บ่อ บึง ระบบปิด ที่มีการควบคุมดูแล และมีปลาเพียงพอต่อจำนวนกระทง

อีกหนึ่งกระทงที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะหลายคนเชื่อกันว่าขนมปังสามารถกลายเป็นอาหารปลาและถูกกำจัดไปโดยธรรมชาติได้ แต่แนวคิดแบบนั้นก็ไม่ถูกต้องเสมอไป เนื่องจากแหล่งน้ำที่เรานำไปลอย อาจไม่มีปลาหรือมีปลาไม่มากพอที่จะกินขนมปังเหล่านั้นใช้หมดไปได้ ยิ่งถ้าเป็นแหล่งน้ำปิดที่ไม่มีบ่อปลาแล้วยิ่งอันตราย เพราะเมื่อขนมปังยุ่ยจะทำให้น้ำมีค่าบีโอดีหรือค่าสารอินทรีย์สูง ซึ่งจะทำให้แหล่งน้ำนั้นเน่าเสียได้

โดยภาพรวมแล้วกระทงขนมปังนั้นก็ยังถือว่าเป็นกระทงที่หาแหล่งน้ำที่เหมาะสมค่อนข้างยาก หากนำไปลอยในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมก็จะสร้างปัญหาหนัก จึงเป็นอีกกระทงที่ควรเลี่ยงไว้ไม่ต่างจากกระทงที่ทำจากโฟม

กระทงที่ทำจากกะลา

ระยะเวลาย่อยสลาย 15 วัน

แหล่งน้ำที่เหมาะสม : สระน้ำ บ่อ บึง ระบบปิด ที่มีการควบคุมดูแล

กระทงจากกะลามะพร้าวนั้นดูเหมือนมีคุณสมบัติคล้ายๆ กับกระทงจากต้นกล้วย คือหาง่ายและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่ดีกว่าเล็กน้อยในแง่ของการจัดการหลังจากกลายเป็นขยะ เพราะเป็นกระทงที่มักขายกันแบบมินิมอล ไม่ได้ใช้วัสดุอื่นมาประดับตกแต่งมากมาย เพียงแค่ใส่ดอกไม้และธูปเทียนลงไปในกะลามะพร้าว หรือบางเจ้าก็หล่อเทียนเป็นรูปดอกไม้สวยงามจบในอันเดียวเลย

ข้อดีของกระทงจากกะลามะพร้าวคือการจัดเก็บที่ง่ายกว่า เพราะของตกแต่งมีน้อยกว่า ช่วยลดภาระในการคัดแยกก่อนนำไปกำจัดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างชะงัด แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูเงื่อนไขว่าสถานที่ลอยกระทงแห่งนั้นมีการจัดเก็บที่ถูกวิธีหรือไม่เช่นกัน

กระทงน้ำแข็ง

ระยะเวลาย่อยสลาย 1 ชั่วโมง

แหล่งน้ำที่เหมาะสม : สระน้ำ บ่อ บึง ระบบปิด หรือคลอง แม่น้ำ

ไอเดียกระทงรักษ์โลกที่เพิ่งเป็นกระแสในโลกโซเชียลช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราต้องยกให้กระทงน้ำแข็ง ซึ่งเป็นกระทงที่มีแนวโน้มจะสร้างขยะน้อยที่สุดในเวลานี้ โดยกระทงน้ำแข็งแบบนี้ไม่มีขาย แต่ทำได้เองง่ายๆ ที่บ้านโดยนำน้ำเปล่าใส่ภาชนะรูปทรงที่ต้องการ ปักเทียน และตกแต่งเล็กน้อยด้วยดอกไม้สด จากนั้นจึงนำไปเเช่แข็งก็เสร็จเรียบร้อย

กระทงน้ำเเข็งเมื่อละลายเป็นน้ำ นอกจากดอกไม้และเทียนที่ใส่ลงไปก็แทบจะไม่เหลือขยะอะไรทิ้งไว้กับเเม่น้ำลำคลอง จึงเป็นหนึ่งในกระทงทางเลือกที่ค่อนข้างกรีนในยุคสมัยนี้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเย็นของน้ำแข็ง ถ้าลอยกันมากๆ ก็อาจส่งผลกับสิ่งมีชีวิตในน้ำได้เหมือนกัน

เมื่อทราบแบบนี้กันแล้ว ลอยกระทงในปีนี้นอกจากจะเป็นการช่วยสืบสานประเพณีอันดีงามเอาไว้แล้ว หวังว่าทุกคนจะยังได้มีส่วนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมกันอีกด้วย

ที่มา:
https://thestandard.co/loy-kratong-festival-62-2/
https://www.greenery.org/articles/loikrathong-water-pollution/