ปิดกรุงเทพ!
จากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยนั้นนับวันยิ่งน่าเป็นกังวลขึ้น ศูนย์กลางของประเทศอย่างกรุงเทพมหานครเอง กำลังรองรับผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ วัน ทางรัฐบาลเองก็ได้มีมติ หรือข้อกำหนดมากมายที่ออกมาเพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของโรค มติหนึ่งก็คือ การสั่งปิดบางสถานที่ในกรุงเทพ ตั้งแต่ 22 มีนาคม - 30 เมษายน. และจากมตินี้เองพบว่า มีคนกรุงเทพถึง 92% เลยนะ
ที่เห็นด้วยกับการสั่งปิดตามมติดังกล่าว อย่างว่าแหละ เพื่อประเทศ หลายๆคนยอมที่จะลดทอน ความสบายในชีวิตบางอย่างในชีวิตชั่วคราว แล้วในช่วงเวลาแบบนี้ ใครจะมีอารมณ์ออกจากบ้านไปไหนมาไหนเหมือนเมื่อก่อนกันหล่ะ ถ้าเลือกได้ก็ต้องขอเก็บตัวอยู่บ้านทั้งนั้นแหละนะ
จะอยู่รอดได้อย่างไรในสถานการณ์นี้ สารพัดวิธีรับมือ
ในส่วนของวิธีการรับมือ หลาย ๆ หน่วยงานก็ได้พยายามให้ข้อมูลกับประชาชน คนส่วนมากก็มีความรู้นะว่าสิ่งที่เราต้องมีคืออะไร แต่ในสถานการณ์จริง มันก็ทำไม่ได้อย่างที่คิดไว้ซักเท่าไหร่หรอก จากผลสำรวจพบว่า71% ของคนกรุงเทพคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องมีมากที่สุด คือ เราต้องมีอุปกรณ์ป้องกันเช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แต่คนที่ทำได้นั้นมีเพียง 65% เท่านั้น ในขณะที่การมีการมีสติ เพื่อคิด วิเคราะห์ต่อสถานการณ์และข่าวสารต่าง ๆ เป็นเรื่องรองลงมา พอๆกับการเว้นระยะห่างทางสังคม Social Distancing แต่เอาเข้าจริงก็มีแค่ครึงเดียวเท่านั้นที่ทำได้ และเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ 1ใน 3 ของคนกรุงเทพ คิดว่า ต้องกักตุนของกินและมีเพียง 19% เท่านั้นที่เริ่มทำไปแล้ว แปลว่า เรายังจะเห็นคนไทยไปรวมตัวกันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกแน่นอน จะเห็นได้ว่า เราทำได้น้อยกว่าที่เราคิดว่าต้องทำทุกอย่างเลย เช่น สิ่งที่ควรมีเป็นอันดับหนึ่งอย่างอุปกรณ์ในการป้องกันเชื้อ ทั้งหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ แต่เอาเข้าจริง มาสก์ก็ขาดตลาด ที่มีขายอยู่ ก็แพงกว่าข้าวไปแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นของที่ทุกคนควรจะเข้าถึงด้วยซ้ำ หรือ คำแนะนำจากองค์กรสาธารณสุขหลาย ๆ ที่ คือ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นโรคติดต่อ ถ้าเราไม่ติดต่อกัน โรคก็จะติดต่อใครไม่ได้ ดังนั้น การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) จึงถูกหยิบยกมาใช้ ให้ทุกคนช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขยับห่างจากกันเพื่อลดการแพร่ระบาด ให้เชื้อติดต่อได้ยากขึ้น เพื่อลดจำนวนผู้ป่วย อันนี้ก็ยังคงทำกันได้น้อยอยู่เลย จริง ๆ มันแอบน่ากังวลนะ ที่ทุกคนทำได้น้อยกว่าที่คิดไว้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตามเพื่อช่วยบุคคลากรทางการแพทย์ และเพื่อให้ประเทศไทยชนะให้ได้จริง ๆ เราน่าจะต้องช่วยกันมากกว่านี้นะ มาร่วมกัน กินร้อน ช้อนตัวเอง แล้วก็ต้องล้างมือบ่อย ๆ ด้วยนะทุกคน
โอกาสในวิกฤต COVID-19
ในวิกฤตที่ยากลำบากนี้มันก็มักจะมีโอกาสอยู่เสมอ แม้จะมีธุรกิจ หรืองานหลาย ๆ อย่างได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ก็จะมีธุรกิจที่ได้ผลประโยชน์ และธุรกิจที่ได้ดูจะได้รับผลประโยชน์ เป็นอย่างยิ่งในช่วงนี้ก็คือ การซื้อสินค้าออนไลน์ ทั้งอาหารและของใช้ ซึ่งผลสำรวจพบว่า คนกรุงเทพสนใจที่จะใช้บริการสั่งอาหารทางออนไลน์มากถึง 88% เลยนะ และสนใจที่จะสั่งซื้อสินค้าทั่วไปทางออนไลน์ถึง 81% เลยทีเดียว เห็นแบบนี้ ใครที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียรายได้ ลองมาขายของออนไลน์ หรือทำ อาหารส่ง ตามบ้านดู เป็นรายได้เสริมก็อาจจะดีนะ